คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ท่านสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ผ่านทุกๆช่องทาง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการตรวจสอบรายละเอียดของทุกๆบัญชีหรือใช้บริการต่างๆ โดยไม่ต้องจำ 1 รหัสผู้ใช้บริการต่อ 1 บัญชี อีกต่อไป ท่านสามารถจดจำเพียง 1 รหัสผู้ใช้บริการเท่านั้น

จะมีผลกระทบต่อเมื่อท่านเคยมีรหัสผู้ใช้บริการของซิตี้แบงก์ออนไลน์มากกว่า 1 รหัส ซึ่งเกิดจากการสร้างโดยใช้หมายเลขบัตรที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น รหัสผู้ใช้ที่สร้างจากบัตรเอทีเอ็ม และรหัสผู้ใช้ที่สร้างจากบัตรเครดิตและข้อมูลส่วนตัว ทั้งนี้ยังรวมถึงท่านที่เคยทำบัตรหายและได้ทำการสร้างรหัสผู้ใช้บริการใหม่อีกด้วย

ปัจจุบันท่านต้องทำการใช้บริการซิตี้แบงก์ออนไลน์ผ่านหลายๆรหัสผู้ใช้ (User ID) เพื่อดูรายละเอียดของแต่ละบัญชี เพื่อง่ายต่อการใช้งานของท่าน ระบบจะแสดงหน้าจอให้ท่านเลือกรหัสผู้ใช้บริการเพียงตัวเดียว เพื่อใช้ในการเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ในครั้งต่อๆไป และท่านจะสามารถตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละบัญชีได้ในคราวเดียว ไม่ต้องทำการออกจากระบบและทำการเข้าสู่ระบบอีกครั้งเพื่อใช้รหัสผู้ใช้บริการตัวอื่น

หากท่านมีรหัสผู้ใช้บริการมากกว่า 1 รหัสท่านจะต้องทำการเลือกรหัสผู้ใช้บริการที่ท่านต้องการผ่านช่องทางซิตี้แบงก์ออนไลน์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านก่อน (www.citibank.co.th) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นท่านสามารถใช้รหัสผู้ใช้บริการนั้นๆบนซิตี้โมบายล์ได้โดยทันที

ไม่ได้ ในการใช้งานซิตี้แบงก์ออนไลน์หรือซิตี้โมบายล์ท่านต้องทำการสมัครใช้บริการ และเลือกรหัสผู้ใช้ก่อนใช้บริการ รหัสผู้ใช้บริการเดียวกันสามารถใช้ได้ทั้งบนซิตี้แบงก์ออนไลน์ และ ซิตี้โมบายล์

มีผลกระทบ หากท่านเคยทำการลงทะเบียนบัญชีของท่านในประเทศต่อไปนี้ สิงคโปร์, ประเทศไทย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย และ กรวม ท่านจะต้องทำการลงทะเบียนใหม่เพื่อใช้งาน

ท่านสามารถสมัครซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้โดยการกดที่ "ลงทะเบียน" บนหน้าโฮมเพจ

ขั้นตอนที่ 1

เลือกประเภทบัตร

ทางเลือกที่ 1 : ในกรณีที่ท่านมีบัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเรดดี้เครดิต

ทางเลือกที่ 2 : ในกรณีที่ท่านมีบัตรเครดิต

ขั้นตอนที่ 2

ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้บริการ

ขั้นตอนที่ 3

กรอกข้อมูล

บัตรเอทีเอ็ม หรือ บัตรเรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต

ขั้นตอนที่ 4

กรอกรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ที่ได้รับทาง SMS

ขั้นตอนที่ 5

สร้างรหัสผู้ใช้ (User ID) และรหัสผ่าน (Password)

ขั้นตอนที่ 6

การลงทะเบียนใช้งาน ซิตี้แบงก์ออนไลน์เรียบร้อยแล้ว

เพื่อความมั่นใจว่ารหัสผู้ใช้ที่ท่านสร้างไม่เหมือนใครและมีความปลอดภัย กรุณาปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในการสร้างรหัสผู้ใช้ด้านล่าง :
1. ต้องมีความยาวอย่างน้อย 5 ตัวอักษร
2. ต้องประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข อย่างน้อยอย่างละ 1 ตัว
3. ห้ามมีตัวอักษร หรือตัวเลขเดิมติดกัน 3 ตัว (เช่น 111, aaa)
4. ห้ามมีตัวอักษร หรือตัวเลขเดิมเรียงกัน 3 ตัว (เช่น 123, abc)
5. ห้ามใช้ตัวอักษรพิเศษ
หมายเหตุ: ในกรณีที่ท่านตั้งรหัสผู้ใช้ซ้ำกับรหัสผู้ใช้ของลูกค้าท่านอื่นที่มีอยู่ใน ระบบอยู่แล้ว ระบบจะไม่ยอมรับและแนะนำรหัสผู้ใช้ใหม่ที่ใกล้เคียงให้กับท่าน

เพื่อความปลอดภัยของบัญชีของท่าน กรุณาปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในการสร้างรหัสผ่านด้านล่าง :
1. ต้องมีความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
2. ต้องประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข อย่างน้อยอย่างละ 1 ตัว
3. ห้ามมีตัวอักษร หรือตัวเลขเดิมติดกัน 3 ตัว (เช่น 111, aaa)
4. ห้ามมีตัวอักษร หรือตัวเลขเดิมเรียงกัน 3 ตัว (เช่น 123, abc)
5. ห้ามใช้ตัวอักษรพิเศษ
6. ห้ามใช้รหัสผ่านเหมือนกับรหัสผู้ใช้

ไม่ว่าท่านจะเป็นลูกค้าบัญชีออมทรัพย์/กระแสรายวัน, เรดดี้เครดิต หรือบัตรเครดิต ท่านสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ :

  • - คลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบโดย -> ใช้รหัสผู้ใช้ (User ID) จากหน้าโฮมเพจของซิตี้แบงก์ออนไลน์
  • - กรอกรหัสผู้ใช้และรหัสผ่านแล้วคลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบ

ท่านสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้โดยใช้หมายเลขบัตรเครดิต 16 หลักและวันหมดอายุบนหน้าบัตรเครดิตของท่าน

ท่านยังคงสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ของท่านได้ เพียงแค่คลิกที่ปุ่ม "ลืมรหัสผู้ใช้?" เพื่อขอดูรหัสผู้ใช้ของท่านใหม่อีกครั้ง ซึ่งท่านจำเป็นต้องมีหมายเลขบัตรเอทีเอ็ม หรือ หมายเลขบัตรเครดิต และรหัสเอทีเอ็มของท่าน เพื่อขอรับรหัสผ่าน

รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) คือการเพิ่มระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินโดยทางธนาคารจะทำการส่ง SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบัตร/บัญชี เมื่อมีการทำรายการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้า หรือเกี่ยวข้องกับการเงินผ่านทางซิตี้แบงก์ออนไลน์

รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) จะถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือหลักที่ท่านได้ทำการลงทะเบียนไว้กับทางธนาคารซิตี้แบงก์เท่านั้น ในกรณีที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์ของท่าน กรุณาติดต่อซิตี้โฟนแบงก์กิ้ง 1588

รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของท่านภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาทีถึง 1 นาที แต่หากท่านไม่ได้รับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ภายใน 5 นาที กรุณาติดต่อ Citibank Online Helpdesk 02-788-7808

ท่านสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้ แต่ท่านจะไม่สามารถทำรายการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวหรือเกี่ยวกับการเงินได้ โดยรายการที่จำเป็นต้องมีการใช้รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียวมีดังนี้

  • - ดูรายละเอียดและรายการของบัญชี
  • - จัดเก็บรายการเคลื่อนไหวล่าสุด
  • - รายการโอนเงิน
  • - ชำระค่าสินค้าและบริการ
  • - เติมเงินโทรศัพท์มือถือ
  • - ลงทะเบียน โกลบอลวิวออฟแอคเคานท์ (Global View of account)
  • - เปลี่ยนแปลงรหัสผู้ใช้
  • - เปลี่ยนแปลงรหัสเอทีเอ็ม
  • - เปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน
  • - รับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์

ท่านสามารถใช้งานซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้ทุกที่ผ่าน www.citibank.co.th แต่ท่านจำเป็นต้องเปิดใช้บริการโรมมิ่งกับทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของท่านเพื่อรับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ผ่านทาง SMS

ในกรณีที่ท่านเดินทางไปยังต่างประเทศเป็นประจำ ท่านสามารถขออุปกรณ์ Hardware Token ได้ตามขั้นตอนด้านล่าง

  • - ติดต่อสาขาของซิตี้แบงก์ที่ อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 (สี่แยกอโศก), อาคารยูไนเด็ต เซ็นเตอร์ ถนนสีลม หรือ ชั้น 4 โซน Beacon เซ็นทรัลเวิลด์ Citibank branch
  • - กรอกแบบฟอร์มขอใช้อุปกรณ์ Hardware Token
  • - หลังจากได้รับอุปกรณ์ Hardware Token แล้ว ท่านสามารถลงทะเบียนใช้งานอุปกรณ์ Hardware Token ผ่านทางซิตี้แบงก์ออนไลน์

ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นสำหรับการรับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP)

Hardware Token คืออุปกรณ์เพื่อใช้ในการขอรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP)

ท่านสามารถขออุปกรณ์ Hardware Token ได้ตามขั้นตอนด้านล่าง

  • - ติดต่อสาขาของซิตี้แบงก์ที่ อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21 (สี่แยกอโศก), อาคารยูไนเด็ต เซ็นเตอร์ ถนนสีลม หรือ ชั้น 4 โซน Beacon เซ็นทรัลเวิลด์ Citibank branch
  • - กรอกแบบฟอร์มขอใช้อุปกรณ์ Hardware Token
  • - หลังจากได้รับอุปกรณ์ Hardware Token แล้ว ท่านสามารถลงทะเบียนใช้งานอุปกรณ์ Hardware Token ผ่านทางซิตี้แบงก์ออนไลน์
  • - เข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ (www.citibank.co.th)
  • - เลือก ข้อมูลของฉัน จากเมนูด้านบน
  • - ภายใต้หัวข้อ ข้อมูลของฉัน เลือก ลงทะเบียนใช้งาน Hardware Token"
  • - กรอกข้อมูลตามด้านล่าง
    • 1.วันเดือนปีเกิด ในรูปแบบ (DD/MM/YYYY)
    • 2. Serial number ของ Hardware Token
    • 3. รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (กดปุ่มสีเขียวทางด้านมุมขวามาล่างของอุปกรณ์ Hardware Token)
  • - เลือก ยืนยันการลงทะเบียน

ท่านสามารถขอรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ผ่านอุปกรณ์ Hardware Token ได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มสีเดียวที่มุมขวาล่างของอุปกรณ์ รหัสจะแสดงบนหน้าจอและท่านสามารถใช้รหัสนี้เพื่อเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ได้

  1. เลือกเมนู "ชำระค่าสินค้าและบริการ / โอนเงิน" จากเมนูด้านบน
  2. เลือก "จ่ายบิล / โอนเงิน ไปยัง"
    1. บัญชีซิตี้แบงก์ของฉัน
    2. บัญชีซิตี้แบงก์ในประเทศ
    3. บัญชีต่างธนาคารในประเทศ
    4. ชำระค่าสินค้าและบริการ
    5. บัญชีซิตี้แบงก์ในต่างประเทศ
    6. บัญชีต่างธนาคารในต่างประเทศ
  3. เลือกบัญชีที่ท่านต้องการใช้ในการจ่ายบิลหรือโอนเงิน
  4. ระบุยอดเงินที่ต้องการชำระ
  5. ยืนยันการทำรายการโอน
  6. เลือกยืนยันการทำรายการ

คลิกที่นี่ เพื่อชมวีดีโอสาธิตการชำระค่าสินค้าและบริการ / โอนเงิน

Online Authorization Code (OAC) คือตัวเลข 6 หลักซึ่งใช้ในการยืนยันการเพิ่มรายชื่อผู้รับเงินปลายทางที่ท่านต้องการโอนหรือจ่ายค่าบัตรเครดิตหรือเรดดี้เครดิต และเพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าการใช้บริการออนไลน์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

หลังจากที่ท่านได้เพิ่มรายชื่อผู้รับเงินปลายทางแล้ว รหัส Online Authorization Code (OAC) จะถูกสร้างขึ้นและส่งไปหาท่านผ่านทาง SMS หรืออีเมลล์ของท่าน

เพิ่มรายชื่อผู้รับเงินปลายทาง ยืนยันโดย
SMS อีเมลล์ ซิตี้โฟน
บัญชีซิตี้แบงก์ในประเทศ
บัญชีต่างธนาคารในประเทศ
บัญชีซิตี้แบงก์ในต่างประเทศ
บัญชีต่างธนาคารในต่างประเทศ
เติมเงินโทรศัพท์มือถือ
ชำระค่าสินค้าและบริการ

ใช่ ทางธนาคารมีวงเงินในการโอนต่อวันตามตารางด้านล่าง

โอนเงินไปยัง วงเงินในการโอนต่อวัน
Citibanking Citi Priority Citigold
บัญชีซิตี้แบงก์ของท่าน ไม่จำกัด ไม่จำกัด ไม่จำกัด
บัญชีซิตี้แบงก์ในประเทศ 150,000 บาท 300,000 บาท 500,000 บาท
บัญชีต่างธนาคารในประเทศ
บัญชีซิตี้แบงก์ในต่างประเทศ 45,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ
45,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ
45,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ
บัญชีต่างธนาคารในต่างประเทศ 20,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ
20,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ
20,000 ดอลล่าร์
สหรัฐ

** ในกรณีที่ท่านโอนเงินไปต่างธนาคาร เงินจะเข้าบัญชีของผู้รับเงินปลายทางภายในเวลา 2 วันทำการหลังจากวันที่ท่านได้ทำการโอน

โอนเงินไปยัง ค่าธรรมเนียมการโอน
Citibanking Citi Priority Citigold
บัญชีซิตี้แบงก์ของท่าน ฟรี ฟรี ฟรี
บัญชีซิตี้แบงก์ในประเทศ ฟรี ฟรี ฟรี
บัญชีต่างธนาคารในประเทศ ฟรี ฟรี ฟรี
บัญชีซิตี้แบงก์ในต่างประเทศ ฟรี ฟรี ฟรี
บัญชีต่างธนาคารในต่างประเทศ 500 บาท 350 บาท 250 บาท

** ในกรณีที่ท่านโอนเงินไปต่างธนาคาร เงินจะเข้าบัญชีของผู้รับเงินปลายทางภายในเวลา 2 วันทำการหลังจากวันที่ท่านได้ทำการโอน

การโอนเงินแบบตั้งวันที่ทำรายการล่วงหน้าจะอนุญาติให้ลูกค้าตั้งวันล่วงหน้าในการโอนได้เพียงครั้งเดียวในอนาคต แต่การโอนเงินเป็นประจำจะอนุญาติให้ลูกค้าสามารถเลือกวันที่เริ่มทำรายการ, ความถี่ในการโอน (ทุกเดือน, ทุกๆ 3 เดือน, ทุกๆ 6 เดือน หรือทุกปี) และวันสิ้นสุดในการทำรายการได้

ประเภทบัญชีที่อนุญาติให้ทำรายการโอนในรูปแบบข้างต้นได้คือ

  • บัญชีซิตี้แบงก์ของท่าน
  • บัญชีซิตี้แบงก์ในประเทศ
  • บัญชีต่างธนาคารในประเทศ

หมายเหตุ: ท่านสามารถระบุวันที่ล่วงหน้าในการโอนได้หลังจากนั้น 2 วันทำการหลังจากวันปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น: วันนี้วันที่ 01/01/2013 วันที่ท่านสามารถระบุวันโอนล่วงหน้าได้คือ 04/01/2013 หรือหลังจากนั้น (ไม่สามารถระบุวันที่ 03/01/2013 ได้เพราะ วันที่ 01/01/2013 เป็นวันหยุดและไม่ใช่วันทำการของทางธนาคาร)

SWIFT Code คือรหัสเฉพาะที่ระบุถึงธนาคารปลายทางในต่างประเทศ ใช้ในการโอนเงินระหว่างธนาคาร ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษร 8 – 11 หลัก

ตัวอย่างเช่น: "DEUTDEBB101"

"DEUT" 4 หลักแรก: รหัสธนาคาร

"DE" 2 หลักต่อมา: รหัสประเทศ

"BB" 2 หลักต่อมา: รหัสพื้นที่

"101" 3 หลักสุดท้าย: รหัสสาขา

IBAN ย่อมาจากคำว่า International Bank Account Number เป็น code สำหรับบุคคลหรือบริษัทในประเทศแถบยุโรปเท่านั้น ในกรณีที่ท่านต้องการโอนเงินไปยังประเทศในแถบยุโรปท่านจำเป็นต้องระบุหมายเลข IBAN

ตัวอย่างเช่น: "GB15MIDL40051512345678"

  • ลูกค้าต้องทำการเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์โดยใช้ รหัสผู้ใช้ และรหัสผ่านเท่านั้น
  • บริการนี้ไม่รวมการเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ด้วยการใช้หมายเลขบัตรโดยตรง (Express Login)
  • บริการชำระค่าสินค้าและบริการจะอยู่ภายใต้เมนูโอนเงินและชำระเงิน

บริการรับชำระเงินค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของลูกค้าบุคคลธรรมดาที่เปิดบัญชีออมทรัพย์สกุลเงินไทยไว้กับธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย รวมถึงลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ (ไม่รวมบัตรไดเนอร์) และลูกค้าบัญชีซิตี้แบงก์เรดดี้เครดิต ซึ่งสามารถชำระตามประเภทค่าบริการต่างๆ ได้ดังนี้

ประเภทค่าบริการ ลูกค้าสามารถเลือกชำระได้ด้วย
ตัดชำระด้วยบัตรเครดิต ตัดชำระเรดี้เครดิต ตัดชำระจากบัญชีเงินฝาก
1 ชำระค่าโทรศัพท์มือถือ ให้บริการ ให้บริการ ให้บริการ
2 ชำระค่าสาธารณูปโภค ให้บริการ ให้บริการ ให้บริการ
3 ชำระค่าบัตรเครดิตและสินเชือ ไม่ให้บริการ ไม่ให้บริการ ให้บริการ
4 ชำระค่างวดเช่าซื้อ ไม่ให้บริการ ไม่ให้บริการ ให้บริการ
5 ชำระค่าประกัน ให้บริการ ไม่ให้บริการ ให้บริการ
6 ชำระค่าบริการอินเตอร์เน็ต ให้บริการ ให้บริการ ให้บริการ

ลูกค้าสามารถเลือกทำรายการได้ 2 วิธีดังนี้

  • ทำรายการแบบครั้งต่อครั้ง (One Time Bill Payment) ลูกค้าทำรายการชำระโดยระบุเลือกประเภทค่าบริการ และชื่อร้านค้า รวมถึงกรอกข้อมูลหมายเลขอ้างอิงของร้านค้านั้นๆ ให้ครบถ้วน ทุกครั้งที่ทำรายการ
  • เพิ่มรายชื่อร้านค้า/หน่วยงาน ที่ต้องการชำระไว้ก่อน (Registered Bill Payment) ลูกค้าทำการเพิ่มรายชือร้านค้า ที่ต้องการชำระไว้ก่อน โดยกรอกข้อมูลหมายเลขอ้างอิงของร้านค้านั้นๆ ตามขั้นตอนให้ครบถ้วน

เมื่อทำการเพิ่มรายชื่อเรียบร้อยแล้ว สามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการครั้งต่อไปได้ทันทีจากรายชื่อที่กำหนดไว้ก่อนแล้วนั้น

ลูกค้าสามารถเรียกดูรายชื่อผู้รับเงินปลายทางที่ลงทะเบียนร้านค้าไว้ แล้วดำเนินการยกเลิกร้านค้าที่ต้องการได้

ทางธนาคารมีข้อกำหนดจำนวนเงินในการทำรายการชำระเงินดังนี้:

  • จำนวนเงินขั้นต่ำสุด ไม่น้อยกว่า 1 บาท
  • การชำระเงินต่อ 1 รายการ จำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 49,000 บาท
  • ข้อกำหนดจำนวนเงินรวมทั้งหมดต่อวัน ตามเงื่อนไขดังนี้
    • - ลูกค้าซิตี้บลู (CitiBlue): จำนวนเงินชำระค่าสินค้าและบริการรวมทั้งหมดต่อคน ต่อวัน ไม่เกิน 150,000 บาท
    • - ลูกค้าซิตี้โกลด์ (CitiGold): จำนวนเงินชำระค่าสินค้าและบริการรวมทั้งหมดต่อคน ต่อวัน ไม่เกิน 300,000 บาท
    • - ลูกค้าผู้ถือเฉพาะบัตรเครติด: จำนวนเงินชำระค่าสินค้าและบริการรวมทั้งหมดต่อคน ต่อวัน ไม่เกิน 150,000 บาท
    • - ลูกค้าเรดดี้เครดิต: จำนวนเงินชำระค่าสินค้าและบริการรวมทั้งหมดต่อคน ต่อวัน ไม่เกิน 150,000 บาท

ร้านค้าทั้งหมดสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการได้โดยไม่มีข้อกำหนดการลงทะเบียน ... ยกเว้น ร้านค้าดังต่อไปนี้ ที่กำหนดให้ผู้ใช้บริการจะต้องทำการลงทะเบียนก่อนการใช้บริการ และจะสามารถใช้บริการชำระเงินได้ในรอบบิลถัดไป
สำหรับรอบบิลปัจจุบันท่านต้องชำระค่าบริการผ่านช่องทางปกติ
1. การประปานครหลวง
2. ทีโอที
3. ทีทีแอนด์ที

ธนาคารไม่คิดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการชำระค่าสินค้าและบริการทางอินเตอร์เนต โดยค่าธรรมเนียมในการชำระเงินเป็นส่วนของร้านค้าโดยตรงตามแต่ที่ร้านค้า หรือหน่วยงานจะเรียกเก็บ

ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของร้านค้าที่เปิดให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านซิตี้แบงก์ออนไลน์ของธนาคาร คลิ๊กที่นี้

การทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่รวมสิทธิ์การรับคะแนน Rewards Points ตามแต่ละบัตร ทางธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ตามข้อกำหนดของธนาคาร

ธนาคารฯ จะทำการประสานงานและดำเนินการชำระยอดคงค้างของผู้ใช้บริการภายใน 2 วันทำการหลังจากที่ผู้ใช้บริการทำรายการผ่านระบบเสร็จสิ้น ซึ่งยึดถือวันทำรายการของลูกค้าเป็นกำหนดวันที่ดำเนินการชำระค่าสินค้าและบริการ

เมื่อรายการชำระเงินดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว การจัดส่งใบเสร็จรับเงินเป็นสิทธิ์ และความรับผิดชอบของร้านค้าโดยตรง

ธนาคารฯ ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในการรับชำระเงิน กรณีที่ท่านชำระเงินซ้ำหรือชำระเกินจำนวน (ซึ่งธนาคารได้ทำการชำระเงินไปให้องค์กร/บริษัทผู้รับเงินแล้ว) รายการนั้นจะได้รับการปรับปรุงชดเชยในรอบบิลถัดไป หรือคำนวณเป็นรายการชำระเงินเกิน กรณีลูกค้ามีความประสงค์จะขอคืนส่วนชำระเกิน กรุณาติดต่อกับองค์กร หรือบริษัทผู้รับเงินได้โดยตรง ทั้งนี้สิทธิ์ในการคืนเงินขึ้นอยู่กับดุลพินิจขององค์กร/บริษัทผู้รับเงินนั้นๆ

1. ลูกค้าต้องทำการเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์โดยใช้ รหัสผู้ใช้ และรหัสผ่านเท่านั้น และบริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือจะอยู่ภายใต้เมนูโอนเ"บริการทางบัญชี"
2. ก่อนทำการเติมเงิน ลูกค้าจะต้องทำการลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ต้องการเติมเงินก่อน
3. หลังทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยลูกค้าจะต้องทำการเปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนเอาไว้ โดยจะต้องใส่รหัสเปิดใช้บริการ Online Authorization Code (OAC) 6 หลักก่อน
โดยรหัสนี้จะถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือหลักที่ลูกค้าให้ไว้กับทางธนาคาร

การลงทะเบียนและเปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือแต่ละหมายเลขนั้นทำเพียงครั้งเดียว ลูกค้าสามารถใช้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่ทำการเปิดใช้บริการแล้วได้ทันทีในครั้งถัดไป โดยไม่ต้องทำการลงทะเบียนใหม่

รหัสเปิดใช้บริการ 6 หลักจะถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือหลักของลูกค้าที่ได้ทำการให้ไว้กับทางธนาคาร รหัสจะมีอายุเพียง 5 นาทีเพื่อความปลอดภัยในการใช้บริการ ถ้าลูกค้าไม่ได้ทำการเปิดใช้ภายใน 5 นาที กรุณาทำการลบหมายเลขโทรศัพทมือถือที่ลงทะเบียนเอาไว้และทำการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง

ไม่ได้ ลูกค้าจะต้องทำการลบหมายเลขโทรศัพท์มือถือนั้นๆออก และทำการลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง

  • แฮปปี้ (ดีแทค) : 50,100,200,300,400,500 และ 800 บาท
  • วัน-ทู-คอล 2G (เอไอเอส 2G) : 50,100,150,200,250,300,350,400,450,500,800 และ 1500 บาท
  • วัน-ทู-คอล 3G (เอไอเอส 3G) : 50,100,150,200,250,300,350,400,450,500,800 และ 1500 บาท

ลูกค้าสามารถทำรายการเติมเงินได้ 1,500 บาท หรือ 3 ครั้ง ต่อวันหรือต่อหมายเลขบัญชี

ธนาคารซิตี้แบงก์จะส่งข้อความยืนยันสถานะของรายการเติมเงินไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือหลักของลูกค้า และทางเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ได้รับการเติมเงินก็จะส่งข้อความยืนยันการเติมเงิน ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ได้รับการเติมเงินเช่นเดียวกัน

หรือลูกค้าสามารถเข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์และทำการตรวจสอบสถานะของการเติมเงินผ่านเมนู "ตรวจสอบสถานะการเติมเงิน และประวัติการเติมเงินย้อนหลัง"

ท่านจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ดีกว่า ในกรณีที่ท่านทำการเปิดบัญชีเงินฝากประจำผ่านซิตี้แบงก์ออนไลน์ และท่านยังสามารถเปิดบัญชีฝากประจำได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเดินทางมาที่สาขาของธนาคารซิตี้แบงก์

ท่านจำเป็นจะต้องมีบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันที่เป็นสกุลเงินบาทกับทางธนาคาร

1. เข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ (www.citibank.co.th)
2. เลือกเมนู บริการเปิดบัญชีเงินฝากประจำ
3. เลือกหัวข้อ "เปิดบัญชีเงินฝากประจำ"

ท่านสามารถเปิดบัญชีเงินฝากประจำได้ในสกุลเงินบาทไทยเท่านั้น

ท่านจำเป็นต้องเข้ามายังสาขาของซิตี้แบงก์เพื่อติดต่อขอปิดหรือยกเลิกบัญชีเงินฝากประจำก่อนกำหนด

ท่านไม่สามารถแก้ไขผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ถ้าท่านต้องการแก้ไข กรุณาติดต่อสาขาของซิตี้แบงก์

ท่านสามารดูบัญชีเงินฝากประจำได้ ภายใต้เมนู "บัญชีเงินฝากประจำ"

ยอดขั้นต่ำในการเปิดบัญชีเงินฝากประจำออนไลน์คือ 100,000 บาท

หลังจากท่านเลือกประเภทบัญชีต้นทางและใส่จำนวนเงิน ระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยจะถูกคำนวณและแสดงให้ท่านเห็นบนหน้าจอ

ผลของการเปิดบัญชีเงินฝากออนไลน์ล่าสุดจะแสดงภายใต้เมนู "บัญชีเงินฝากประจำ" รวมถึงท่านจะได้รับจดหมายยืนยันการทำรายการสำเร็จ ตามที่อยู่ที่ท่านได้ให้ไว้กับทางธนาคาร

ใช่ ท่านสามารถเปิดบัญชีเงินฝากประจำออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ในกรณีที่ท่านทำรายการหลังเวลา 4 ทุ่มของวันทำการ, วันหยุดสุดสัปดาห์ หรือ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางธนาคารจะใช้อัตราดอกเบี้ยของวันทำการถัดไป

ใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์คือใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบที่สามารถแสดงผลและพิมพ์ได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน

  • เข้าสู่ระบบซิตี้แบงก์ออนไลน์ (www.citibank.co.th)
  • เลือก บริการทางบัญชี จากเมนูด้านบน
  • คลิกหัวข้อ "รับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์"
  • อ่านข้อตกลงการใช้บริการใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนคลิกที่ "ยอมรับ"
  • เลือก อีเมลล์ ที่ต้องการรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์และตั้งรหัสผ่าน แล้วคลิก "ถัดไป"
  • ยืนยันข้อมูลถูกต้องแล้วคลิก "สมัคร"

ถ้าท่านไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านผ่านซิตี้แบงก์ออนไลน์ รหัสมาตราฐานในการเปิดใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์คือ วันเดือนปีเกิดของท่านในรูปแบบ (ddMonyyyy)

  • dd : วันเกิด 2 หลัก
  • Mon : ตัวอักษร 3 ตัวแรกของเดือนเกิดของท่านในภาษาอังกฤษ โดยตัวแรกต้องเป็นตัวใหญ่
  • yyyy : ปีเกิดของท่านในรูปแบบ คริสตศักราช

ตัวอย่างเช่น, ถ้าวันเกิดของท่านคือวันที่ 1 สิงหาคม 2513 รหัสผ่านในการเปิดใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของท่านคือ 01Aug1970

หลังจากสมัครใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์แล้วท่านจะไม่ได้รับใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบกระดาษอีก

ไม่ได้เพราะ ในกรณีที่ท่านสมัครขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ทุกบัญชีของท่านจะถูกส่งในรูปแบบใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น

ใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับแรกของท่านจะถูกในรอบบัญชีถัดไปหลังจากท่านสมัครขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จภายใน 2 วัน ก่อนวันตัดรอบบัญชี และใบแจ้งยอดบัญชีแบบกระดาษจะถูกยกเลิกทันที

ไม่ได้ เฉพาะผู้ถือบัตรหลักเท่านั้นจึงจะสามารถสมัครขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ได้

ไมได้เพราะ ในกรณีที่ท่านสมัครขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ ทุกบัญชีของท่านจะถูกส่งในรูปแบบใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น

ท่านสามารถดูใบแจ้งยอดบัญชีย้อนหลังได้ 12 เดือนผ่านซิตี้แบงก์ออนไลน์

ท่านสามารถติดต่อ Citibank Online Helpdesk on 02-788-7808 เพื่อขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอีเมลล์ได้อีกครั้ง

หมายเหตุ: ท่านจะสามารถขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ได้อีกครั้ง ภายใน 24 ชม. หลังจากได้รับอีเมลล์ฉบับแรกที่ส่งจากธนาคาร

ตัวอย่างเช่น: ท่านได้รับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับแรกจากทางธนาคารวันที่ 1 มกราคม 2556 เวลา 10 โมงเช้า ท่านจะสามารถติดต่อ Citibank Online Helpdesk เพื่อขอรับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ได้ในวันที่ 2 มกราคม 2556 หลังเวลา 10 โมงเช้าเป็นต้นไป

โกลบอลวิวออฟแอคเคานท์เป็นบริการที่อนุญาติให้ลูกค้าสามารถดูบัญชีซิตี้แบงก์ที่มีอยู่ในต่างประเทศได้ โดยประเทศที่ท่านสามารถเลือกดูได้มีตามรายชื่อด้านล่าง

  • ออสเตเรีย
  • จีน
  • กวม
  • ฮ่องกง
  • อินเดีย
  • อินโดนีเซีย
  • มาเลเซีย
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • สิงคโปร์ IPB
  • ไต้หวัน
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • สหราชอาณาจักร
  • สหรัฐอเมริกา
  • เวียดนาม

ไม่ได้เพราะ บริการโกลบอลวิวออฟแอคเคานท์ (GVA) อนุญาติให้ท่านดูบัญชีซิตี้แบงก์ในต่างประเทศได้เท่านั้น

ทางธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมในการใช้บริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน (ทั้งนี้ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมการใช้บริการนี้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร)

ลูกค้าผู้ที่ถือบัญชีบัตรบัตรเครดิต บัญชีเรดดี้เครดิต บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีหน่วยลงทุนอื่นๆ ของธนาคารซิตี้แบงก์ มีสิทธิ์ลงทะเบียนรับบริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน

ลูกค้าผู้ที่ประสงค์ที่จะลงทะเบียนเพื่อรับบริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน คุณสามารถลงทะเบียนได้ง่ายๆ ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้:

  • สมัครรับบริการผ่านทาง Citibank Online
    โดยเข้าสู่ระบบ Citibank Online ด้วยรหัสผู้ใช้ (UserID) และรหัสผ่านของคุณ แล้วเลือกหัวข้อ > บริการทางบัญชี > ข้อมูลส่วนตัว > บริการการแจ้งเตือน > การตั้งค่าการแจ้งเตือน

    เพื่อตั้งค่าบริการแจ้งเตือน โดยเลือกรับบริการประเภทของการแจ้งเตือน และช่องทางในการรับบริการแจ้งเตือนได้ด้วยตัวคุณเองง่ายๆ (อีเมล และ/หรือ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่)

  • สมัครรับบริการผ่านทาง Citi Phone Banking 1588
    ติดต่อ Citi Phone Banking 1588 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลงทะเบียนรับบริการ (อีเมล และ/หรือ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่)

ลูกค้าผู้ที่ประสงค์ที่จะแก้ไข /เปลี่ยนแปลง /หรือยกเลิก บริการแจ้งเตือน คุณสามารถแก้ไข /เปลี่ยนแปลง /หรือยกเลิก ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้:

  • แก้ไข /เปลี่ยนแปลง /หรือยกเลิก บริการแจ้งเตือน Citi Alert ผ่านทาง Citibank Online
    โดยเข้าสู่ระบบ Citibank Online ด้วยรหัสผู้ใช้ (UserID) และรหัสผ่านของคุณ แล้วเลือกหัวข้อ > บริการทางบัญชี > ข้อมูลส่วนตัว > บริการการแจ้งเตือน > การตั้งค่าการแจ้งเตือน  เพื่อเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าบริการแจ้งเตือน ตามที่คุณต้องการ (อีเมล และ/หรือ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่)

  • แก้ไข /เปลี่ยนแปลง /หรือยกเลิก บริการแจ้งเตือน Citi Alert ผ่านทาง Citi Phone Banking 1588
    ติดต่อ Citi Phone Banking 1588 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแก้ไข /เปลี่ยนแปลง /หรือยกเลิก บริการแจ้งเตือน (อีเมล และ/หรือ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่)

การสมัครรับบริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน จะมีผลภายในวันทำการถัดไป หลังจากที่คุณได้ทำการลงทะเบียน

บริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน จะถูกส่งให้กับคุณผ่านทาง อีเมล และ/หรือ ข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามการตั้งค่าช่องทางในการรับบริการของคุณ

บริการแจ้งเตือนแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน ไม่ได้เฉพาะเจาะจงเพื่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือใดๆ บริการแจ้งเตือนไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือปลายทางในต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการ สนับสนุนการให้บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนั้นๆ

บริการการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน ผ่านทางข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถใช้ได้บนโทรศัพท์มือถือทุกประเภท ที่รองรับการส่งข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่

บริการการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน ผ่านทางข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ สามารถใช้ได้บนโทรศัพท์มือถือทุกประเภท ที่รองรับการส่งข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่

คุณไม่จำเป็นต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แก่ธนาคาร ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี คุณอาจพบการปัญหาในการรับบริการช่วงเวลาสั้นๆ ในขณะที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณเปลี่ยนจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเก่าของคุณ ไปยังเครือข่ายของผู้ให้บริการ มือถือใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงระบบ โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง

ในกรณีที่คุณมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์มือถือ คุณจำเป็นที่จะต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์แก่ธนาคาร เนื่องจากบริการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน จะจัดส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังหมายเลขโทรศัพท์ ที่คุณให้ไว้กับธนาคารเท่านั้น

ในกรณีที่มีการออกบัตรใหม่ คุณไม่จำเป็นที่จะต้องลงทะเบียนรับบริการแจ้งเตือนใหม่ บริการแจ้งเตือน CitiAlert ของคุณจะ ทำงานตามการตั้งค่าเดิมของคุณ

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบัตร/อัพเกรดบัตร คุณไม่จำเป็นที่จะต้องลงทะเบียนรับบริการแจ้งเตือนใหม่ บริการแจ้งเตือน CitiAlert ของคุณจะ ทำงานตามการตั้งค่าเดิมของคุณ

บริการแจ้งเตือน CitiAlert จะมีผลกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของคุณโดยอัตโนมัติ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าการแจ้งเตือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีการลงทะเบียนการแจ้งเตือนไปยังบัตรเครดิต, บัตรเครดิต ของคุณที่เพิ่มใหม่ จะได้รับบริการการแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ตามประเภทการแจ้งเตือนที่คุณได้ลงทะเบียนไว้

ในกรณีที่คุณมีบัญชีเงินฝากร่วมกับผู้อื่น เจ้าของบัญชีร่วมทั้งสองท่านจะมีสิทธิ์ที่จะลงทะเบียนสำหรับบริการการแจ้งเตือน บริการแจ้งเตือน

ผู้ที่ถือบัตรเสริม มีสิทธิ์ได้รับบริการ บริการแจ้งเตือน ทั้งนี้ การแจ้งเตือน จะส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของบัตรเสริมเท่านั้น (ไม่สามารถส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของบัตรหลักได้)

การลงทะเบียนสำหรับการแจ้งเตือน ภายใต้ประเภท "Banking Alert" และประเภท "Credit Card Alert" จะมีผลต่อบัญชีเงินฝากธนาคาร และบัญชีบัตรเครดิตทุกบัญชีที่คุณถือครอง.

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการติดต่อของคุณ สามรถทำได้ง่าย ดังวิธีดังต่อไปนี้

เพื่อการบริการที่ต่อเนื่อง และไม่พลาดทุกการใช้จ่าย กรุณาแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล และรายละเอียดกับทางธนาคาร เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

  • ติดต่อ Citi Phone Banking 1588 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • กรอกใบแจ้งเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล และและส่งมาที่เรา
  • แจ้งปรับเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของคุณผ่านทางสาขาของธนาคาร Citibank หรือ ศูนย์บริการธนาคารทันที ที่จดทะเบียน กับเราที่นี่
  • เข้าสู่ระบบ ซิตี้แบงก์ ออนไลน์ และ ส่งข้อความผ่านทางบริการ 'กล่องจดหมายของฉัน'